น้ำมันหอมระเหย
Tel: 089-793-0975, 085-920-1144
Tel: 089-793-0975, 085-920-1144
Register

Kaffir Lime        รังแค มักเกิดที่หนังศีรษะ อาจลามไปเป็นบริเวณหน้าผาก มีลักษณะเป็นขุยขาว ทำให้มีอาการคัน มีขุยร่วงลงมาบน เสื้อ รวมทั้งอาจทำให้ผิวหนังอักเสบเรียกว่าผื่นรังแค (seborrhoeic dermatitis) ทำให้เกิดความรำคาญและเสียบุคลิก บางครั้งรักษาให้หายได้ แต่มักกลับมาเป็นซ้ำได้อีก จากสถิติ ผู้เป็นรังแคมีอายุ 20-50 ปี พบว่าชาวคอเคเซียน 50% มีปัญาเรื่องรังแค (ชาวคอเคเซียนคือชาวยุโรปที่อยู่แถบ ยุโรปเหนือ ยุโรปกลาง และยุโรปเมดิเตอร์เรเนียน)

สาเหตุ

-สาเหตุยังไม่ทราบแน่ชัด เชื่อว่าอาจเกิดจากเชื้อราชนิดหนึ่ง และ ฮอร์โมนแอนโดรเจน ทำให้รังแคกำเริบในภาวะที่ร่างกายอ่อนแอ เครียด

-อาจเกิดจากเชื้อราเซลล์เดียวหรือเชื้อยีสต์ malassezia (หรือ pityrosporum) กินน้ำมันที่สร้างมาจากต่อมรากผมและต่อมไขมันเป็นอาหาร บางครั้งเชื้อกำเริบเซลล์มีการแบ่งตัวเร็วขึ้น มีเซลล์ที่ตายแล้วบนหนังศีรษะจำนวนมาก กลายเป็นรังแค ผู้ที่มีหนังศีรษะมันมาก และ ดูแลความสะอาดไม่ดีพอจะทำให้เกิดรังแคได้ง่ายขึ้น

-การนอนหลับในขณะที่สระผมแล้วยังไม่แห้งสนิทก็อาจทำให้เกิดเชื้อราและรังแคได้เช่นเดียวกัน

-ผู้ที่เป็นรังแคมักมีหนังศีรษะแห้งมากหรือมันมาก

-โรคบางอย่างก่อให้เกิดรังแคได้ เช่น สะเก็ดเงิน แพ้สารเคมี 

-สิ่งรบกวนผมและหนังศีรษะ เช่น การทำสีผม ดัดผม ไดร์ผม บ่อย ๆ

การป้องกันและรักษา

-ดูแลความสะอาด สระผมบ่อย ๆ และล้างให้สะอาด ไม่นอนหลับขณะที่ผมยังเปียกชื้นอยู่

-ควรใช้น้ำธรรมดาสระผมแทนการใช้น้ำอุ่นสำหรับผู้ที่มีหนังศีรษะแห้ง

-หากมีรังแคมาก ควรงดการทำผม สักระยะหนึ่ง

-รับประทานอาหารที่บำรุงผมและหนังศีรษะ อาหารที่มี โปรตีน สังกะสี ทองแดง แมงกานิส ธาตุเหล็ก วิตะมินอี วิตะมินซี ไบโอติน กรดโฟลิค กรดแพนโทเธนิค ได้แก่อาหารประเภท เนื้อปลา ถั่วเมล็ดแห้ง นม เนยแข็ง อาหารทะเล ตับ ผักใบเขียว หอยนางรม ไข่แดง น้ำมันงา แครอท ผักบุ้ง ผักกุ้ยช่าย น้ำมันตับปลา ปลาซาร์ดีน

-เลือกแชมพูที่มีส่วนผสมของ ซีลีเนียมซัลไฟด์ (selenium sulphide) ซิงค์ไพริไทออน (zinc pyrithione) หรือทาร์ (tar) สารสองอย่างแรกช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์หนังศีรษะ มีอยู่ในแชมพูขจัดรังแคสูตรอ่อนโยน เช่น เฮดแอนด์โชลเดอร์ส ส่วนแชมพูที่ผสมทาร์จะยับยั้งการเติบโตของเซลล์ แชมพูทั้งสองชนิดนี้ล้วนขจัดรังแคได้ดีกว่าแชมพูที่ผสมซัลเฟอร์ (sulphur) หรือกรดซาลิไซลิก (salicylic acid) ซึ่งแค่ทำให้หนังศีรษะหลุดลอกออกมา แล้วล้างออกไประหว่างการสระ การเลือกใช้แชมพูครวรปรึกษาแพทย์ผิวหนัง

-รักษาสุขภาพใจ ไม่เครียด หมั่นออกกำลังกาย

-พบแพทย์หากมีอาการมาก เพื่อ วินิจฉัย สาเหตุอื่น ๆ ร่วมกัน

การรักษาวิธีธรรมชาติ

สมัยก่อน  สาวไทยนิยมนำลูกมะกรูดมาเผาไฟ และ นำน้ำมะกรูดมาหมักผม เพื่อขจัดรังแคและบำรุงผมให้เงางาม แต่เนื่องจากขั้นตอนยุ่งยากและเนื้อมะกรูดจะติดเส้นผมล้างออกยาก จึงหันมาใช้น้ำมันมะกรูดแทน น้ำมันหอมระเหยมะกรูด Kaffir Lime Essential Oil โดยนำมาผสมกับน้ำมันมะกอก อัตราส่วน น้ำมันมะกรูด 1-2 หยด ต่อ น้ำมันมะกอก 1 ช้อนชา  หมักผมประมาณ 30 นาที ล้างออกด้วยแชมพู ไม่ต้องใส่ครีมนวดปรับสภาพเส้นผม หมักผมสัปดาห์ละครั้ง จะช่วยบรรเทารังแคได้ 

อาการ

          1. ผิวหนังคัน และลอก ซึ่งเป็นได้ทั้งใบหน้า และอก รวมทั้งหนังศีรษะ

         2. รังแคทำให้มีอาการคัน และมองดูไม่สะอาดตา ยิ่งเกายิ่งคัน และจะมีขุยหลุดร่วงมากขึ้น สร้างความรำคาญ และบั่นทอนบุคลิกภาพเป็นอย่างมาก บางครั้งสามารถรักษาให้หายได้ แต่มักจะกลับเป็นซ้ำได้อีก

          3. โรคบางอย่างที่ก่อให้เกิดโรครังแคได้ เช่น โรคสะเก็ดเงิน โรคเชื้อราบนหนังศีรษะ โรคผิวหนังอักเสบ การแพ้สารเคมีบางชนิด เป็นต้น

          4. รังแคมีทั้งชนิดผมมัน และชนิดผมแห้ง อาจตรวจสอบได้ง่ายๆ ด้วยการก้มศีรษะลง วางกระดาษดำ หรือผ้าสีเข้มๆ ไว้ตรงหน้า แล้วหวีเอาฝุ่นผงต่างๆ จากเส้นผมออก ดูว่าฝุ่นผงที่หลุดมาจากเส้นผมมีลักษณะอย่างไร ถ้าเป็นผงเล็กๆ เหมือนแป้ง แสดงว่าเป็นปัญหารังแคผมแห้ง แต่ถ้าฝุ่นผงที่หลุดออกมามีลักษณะชิ้นใหญ่ เป็นก้อน และชื้น แสดงว่าเป็นปัญหารังแคผมมัน

          5. โดยทั่วไปรังแคจะไม่มีการอักเสบ บวมแดงทีบริเวณหนังศีรษะเลย แต่ถ้ามีรังแคมาก ร่วมกับอาการคัน หรือผื่นแดงที่หนังศีรษะ อาจเป็นอาการของโรคผิวหนัวบางชนิด เช่น โรคผิวหนังอักเสบเซ็บเดิร์ม (seborrheic dermatitis) โรคสะเก็ดเงิน (psoriasis) หรือโรคแพ้สารเคมี หรือน้ำยาบางอย่าง 

การวินิจฉัย

          สามารถให้การวินิจฉัยได้ไม่ยาก ในกรณีที่ไม่แน่ใจว่ามีโรคผิวหนังชนิดอื่นๆ เกิดขึ้นร่วมด้วยหรือไม่ ควรปรึกษาแพทย์

การรักษา

          1. ดูแลเอาใจใส่ผมด้วยการสระผมบ่อยๆ จะช่วยให้ดีขึ้นได้ พิจารณาใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของยาบางตัว เช่น เซเลเนี่ยม ซัลไฟด์ (selenium sulfide) , ซิงค์ ไพรีตั้น (zinc pirition) หรือ คีโตโคนาโซล (ketoconazole) เป็นต้น ซึ่งช่วยให้ปัญหารังแคทุเลาเบาบางลงได้ โดยใช้สระผมสัปดาห์ละ 2 ครั้ง ไม่ควรใช้บ่อยเกินไป เนื่องจากมีส่วนผสมของตัวยาที่อาจทำให้ผมแห้งเป็นสีเหลืองน้ำตาลได้ ถ้ามีข้อสงสัยควรปรึกษาแพทย์

          2. เวลาสระผมต้องทิ้งไว้อย่างน้อย 10 นาทีแล้วค่อยล้างออก เพื่อให้แชมพูออกฤทธิ์เต็มที่ ยิ่งเป็นรังแคมากก็ยิ่งต้องทิ้งไว้นาน ยีให้เป็นฟองทั่วศีรษะ แล้วใช้หมวกอาบน้ำคลุมไว้สัก 1 ชั่วโมงค่อยล้างงออก

          3. เลือกใช้แชมพูที่มีส่วนผสมของ ซีลีเนียมซัลไฟด์ (selenium sulphide) ซิงค์ไพริไทออน (zinc pyrithione) หรือทาร์ (tar) สารสองอย่างแรกช่วยยับยั้งการแบ่งตัวของเซลล์หนังศีรษะ มีอยู่ในแชมพูขจัดรังแคสูตรอ่อนโยน เช่น เฮดแอนด์โชลเดอร์ส ส่วนแชมพูที่ผสมทาร์จะยับยั้งการเติบโตของเซลล์ แชมพูทั้งสองชนิดนี้ล้วนขจัดรังแคได้ดีกว่าแชมพูที่ผสมซัลเฟอร์ (sulphur) หรือกรดซาลิไซลิก (salicylic acid) ซึ่งแค่ทำให้หนังศีรษะหลุดลอกออกมา แล้วล้างออกไประหว่างการสระ

          4. ถ้าใช้แชมพูขจัดรังแคสูตรอ่อน โยนแล้วไม่ดีขึ้น ให้ใช้แชมพูผสมสารคีโตโคนาโซล (ketoconazole)เช่น ไนโซรัล คีโตโคนาโซลเป็นยาฆ่าเชื้อรา จะช่วยฆ่ายีสต์ซึ่งอาจเป็นสาเหตุให้เกิดรังแค

          5. ถ้าใช้แชมพูขจัดรังแคไปสักพัก แล้วเริ่มกลับมามีรังแคอีก แสดงว่าหนังศีรษะจเกิดอาการดื้อยา ลองเปลี่ยนไปใช้แชมพูที่ผสมสารขจัดรังแคชนิดอื่น ใช้ไปสัก 2-3 เดือนแล้วค่อยกลับมาใช้ยี่ห้อเดิม

แชมพูขจัดรังแคหรือ Antidandruff

          สารที่เป็น Anti-dandruff นั้น ควรมีคุณสมบัติ 2 อย่าง คือ

         1. ลดการแบ่งตัวของเซลล์ที่หนัง ศีรษะ และต้านเชื้อแบคทีเรียด้วย ได้แก่ ซิงค์ไพริไทออน (zinc pyrithione หรือ ZPT) และ เซลิเนียมซัลไฟต์ (selenium sulfide)

          2. สามารถลดขุย (keratolytic) ขจัดเซลล์ชั้นที่ตายแล้วให้หลุดออกไป ได้แก่ รีซอร์ซินอล (resorcinol)ซัลเฟอร์ (sulfur) และกรดซาลิซิลิค (salicylic acid)

เลือกใช้แชมพูขจัดรังแคอย่างไรดี

          1. ถ้ามีรังแคเพียงเล็กน้อย การใช้แชมพูธรรมดาๆ ก็สามารถช่วยได้แล้ว ปฏิบัติร่วมกับการดูแลเส้นผม และหนังศีรษะอย่างถูกต้อง เช่น ไม่เกา ไม่ขูดหนังศีรษะแรงเกินไป โดยต้องสระผมให้บ่อยพอควร โดยเฉพาะในระยะเริ่มแรก และมีอาการคัน

          2. ถ้ามีรังแคค่อนข้างมาก ควรเลือกใช้แชมพูที่ผสมตัวยาที่กล่าวไปแล้ว ที่นิยมใช้กันมาก คือ ZPT และselenium sulfide เนื่องจากใช้ได้ผลดีกว่า salicylic acid และ sulfur ซึ่งใช้ได้ผลดีพอควร ถ้านำมาผสมกัน

          3. ZPT มีข้อดีกว่า selenium sulfide ที่มีข้อแทรกซ้อนน้อยกว่า ในแง่ของการเกิดพิษต่อตา หรือเยื่อบุตาอักเสบ

          4. selenium sulfide ยังมีกลิ่นไม่ค่อยดีนัก ทำให้บางคนไม่ชอบใช้ได้

สระผมอย่างไรให้ถูกวิธี

          1. การสระผมให้ถูกวิธีนั้น ควรสระผมเบาๆ โดยไม่เกาเพื่อไม่รบกวนหนังศีรษะ ไม่ว่าจะใช้แชมพูใดก็ตาม

          2. สำหรับ ZPT shampoo นั้นหลังจากขยี้ผมทั่วแล้ว ให้ทิ้งไว้ประมาณ 5 นาที แล้วค่อยล้างออก

          3. ถ้าเป็นรังแคเพียงเล็กน้อย คันไม่มาก สามารถใช้แชมพูธรรมดาสระผมทุกวัน เพื่อขจัดอาการคันให้หายไป ห้ามเกาแรงหรือหวีขูดหนังศีรษะเป็นอันขาด

          4. ถ้ามีรังแคปานกลาง คันไม่มาก ใช้ ZPT shampoo สัปดาห์ละ 2-3 ครั้ง ก็ช่วยลดอาการคัน และปริมาณรังแคได้

          5. ถ้ามีรังแคค่อนข้างมาก และคันมาก ควรสระผมด้วย ZPT ทุกวัน

          6. การขจัดรังแคบนหนังศีรษะ ต้องอาศัยการดูแลผม และหนังศีรษะอย่างต่อเนื่อง โดยเลี่ยงการรบกวนต่อหนังศีรษะโดยเฉพาะการเกา การสระผมให้ถี่พอ และควรสระเมื่อมีอาการคัน ไม่ปล่อยทิ้งไว้โดยใช้แชมพูที่เหมาะสม แต่ถ้าปฏิบัติแล้วไม่ได้ผล หรือมีปัญหาว่าอาจเป็นโรคอื่นของหนังศีรษะ ควรไปปรึกษาแพทย์

ขอบคุณที่มาจาก : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

 

LineID Image

เพิ่มเพื่อน

รถเข็นสินค้า ของท่าน

ไม่พบสินค้าในรถเข็น
  • free delivery

  • Product pic

  • Line

    Line ID : @aromahub

s5 logo

Our Address:

Aromahub Group Co,. Ltd.

22 Soi Nonthaburi 50,

Tasai, Maung,

Nonthaburi 11000

Thailand

CONTACT US

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Tel. 089-793-0975

       085-920-1144

       02-591-3884

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

S5 Box

Login