น้ำมันหอมระเหย
CALL US: 089-793-0975, 085-920-1144
CALL US: 089-793-0975, 085-920-1144
Register

Spa36               การเลือกซื้อน้ำมันหอมระเหยในประเทศไทยนั้น ต้องคำนึงถึงปัจจัยหลายอย่าง เนื่องจากความเข้าใจของลูกค้าเกี่ยวกับน้ำมันหอมระเหยยังสับสนและคลาดเคลื่อนอยู่มาก น้ำมันหอมระเหยในประเทศไทยมีอยู่หลายเกรด และมีทั้งของแท้  ไม่แท้ มีทั้งบริสุทธิ์100% และชนิดที่ผสมเจือจาง แล้ว ขึ้นแต่ความรับผิดชอบของผู้จำหน่ายแต่ละรายไป น้ำมันหอมที่ขายในตลาดประเทศไทยพอแบ่งได้เป็นประเภทใหญ่ๆ ดังนี้

1.น้ำมันหอมระเหยแท้ ชนิดบริสุทธิ์ 100 % (ชนิดที่ AromaHub จำหน่าย)

2.น้ำมันหอมระเหยแท้ ชนิดเจือจางด้วย น้ำมัน หรือสารเคมีอย่างอื่นๆ

3.น้ำหอมสังเคราะห์เลียนกลิ่นน้ำมันหอมระเหย

1.น้ำมันหอมระเหยแท้ ชนิดบริสุทธิ์ 100 %

       เป็นน้ำมันหอมระเหยที่สกัดได้จากพืชธรรมชาติ และเป็นชนิดบริสุทธิ์ 100 % ซึ่งเป็นชนิดที่ AromaHub จำหน่าย  น้ำมันหอมระเหยแท้ส่วนมากจะมีราคาที่แตกต่างกันมากในแต่ละชนิดของน้ำมันหอมระเหย ขึ้นกับว่าเราจะนำส่วนไหนของพืชมาสกัด และส่วนนั้นๆของพืชจะมีน้ำมันหอมระเหยเป็นส่วนประกอบมากน้อยเพียงใด เช่น น้ำมันหอมระเหยตะไคร้หอม ซึ่งเป็นหนึ่งในน้ำมันที่มีราคาย่อมเยาว์ที่สุด สกัดมาจาก ใบและต้นของตะไคร้หอม ซึ่งปลูกและหาได้ง่าย และมีราคาถูก ราคาน้ำมันตะไคร้หอม 1 กิโลกรัมจึงอยู่ในราคาที่ไม่เกินหลัก 2 พันบาท ขณะที่น้ำมันหอมระเหยกุหลาบ ต้องใช้กลีบดอกกุหลาบตากแห้ง มากกว่า 1,000 กิโลกรัม มาสกัดเพื่อให้ได้น้ำมันหอมระเหยกุหลาบ 1 กิโลกรัม ราคาของน้ำมันหอมระเหยกุหลาบแท้ชนิด 100 % จะมีราคาอยู่ในหลักแสนบาทขึ้นไปต่อน้ำมันหอมระเหยกุหลาบ 1 กิโลกรัม

ส่วนประกอบของพืชแต่ละส่วนจะให้น้ำมันหอมระเหยไม่เท่ากัน รวมทั้งพืชแต่ละชนิดก็ให้น้ำมันหอมระเหยไม่เท่ากันด้วย จากกการศึกษาในต่างประเทศพบว่าโดยน้ำหนักแล้ว พืชจะให้น้ำมันหอมระเหยตั้งแต่ 0.005 % จนถึง 10 % ทั้งนี้ขึ้นกับชนิดของพืชและส่วนของพืชที่เรานำเอามาสกัดน้ำมันหอมระเหย เช่น

          -น้ำมันหอมระเหยยูคาลิปตัส จำนวน 450 กรัม สกัดมาจาก ใบและกิ่งที่ตากแห้งแล้วที่มีน้ำหนักประมาณ 22.7 กิโลกรัม

          -น้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ จำนวน 450 กรัม สกัดมาจาก ดอกลาเวนเดอร์ ที่ตากแห้งแล้วที่มีน้ำหนักประมาณ 68 กิโลกรัม

          -น้ำมันหอมระเหยกุหลาบ จำนวน 450 กรัม สกัดมาจาก ดอกกุหลาบ ที่ตากแห้งแล้วที่มีน้ำหนักประมาณ 907 กิโลกรัม

2.น้ำมันหอมระเหยแท้ ชนิดเจือจางด้วย น้ำมัน หรือสารเคมีอย่างอื่นๆ

          เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยบางชนิดมีราคาสูงมาก จึงมีผู้ขายไม่มีจริยธรรม บางรายผสมน้ำมันพืชพื้นฐาน (Base Oil, Carrier Oil เช่น อัลมอนด์ โจโจ้บา) ที่มีราคาถูกกว่ามากกับน้ำมันหอมระเหยเพื่อให้ได้ปริมาณมากขึ้น โดยไม่แจ้งให้ลูกค้าทราบ การผสมน้ำมันพื้นฐานกับนำมันหอมระเหยนั้นเป็นสิ่งที่สามารถทำได้ แต่ผู้ค้าต้องแจ้งลูกค้าหรือระบุอย่างชัดเจนที่ข้างขวด  ผู้ขายบางรายยังผสมน้ำมันหอมระเหยแท้กับน้ำหอมสังเคราะห์เลียนกลิ่นเข้าไปด้วยเพื่อลดต้นทุน ผู้ขายบางรายก็ผสมสารเคมีเข้าไปในน้ำมันหอมระเหยเพื่อลดต้นทุนของสินค้า

          ไม่เพียงแต่น้ำมันหอมระเหยทีถูกผสมมักจะเป็นตัวที่แพง เช่น น้ำมันหอมระเหยกุหลาบ น้ำมันหอมระเหยมะลิ น้ำมันหอมระเหยดอกส้ม น้ำมันหอมระเหยลาเวนเดอร์ เป็นต้น ในปัจจุบันพบว่าน้ำมันผสมในตลาดบ้านเรามีเป็นจำนวนมาก แม้จะเป็นน้ำมันหอมระเหยที่ราคาไม่สูงมากก็เป็นชนิดผสม ไม่ใช่ชนิด บริสุทธิ์100%

3.น้ำหอมสังเคราะห์เลียนกลิ่นน้ำมันหอมระเหย

ผู้ขายจำนวนมากในประเทศไทยนำน้ำหอมสังเคราะห์เลียนกลิ่นน้ำมันหอมระเหย มาบรรจุขวดวางขาย แล้วบอกกับลูกค้าว่าเป็นน้ำมันหอมระเหยแท้ เรามักจะสังเกตได้ง่าย คือ ราคาของน้ำมันหอมระเหยแท้แต่ละชนิดจะแตกต่างกันมาก เช่น น้ำมันหอมระเหยยูคาลิปตัส 100% ขนาด 30 มล.อาจอยู่ทีหลัก ร้อยถึงไม่กี่ร้อยบาท ขณะที น้ำมันหอมระเหยกุหลาบแท้ 100 % ขนาด 30 มล.อาจจะอยู่ที่หลักหลายพันบาท แต่ถ้าเราพบว่าราคาน้ำมันหอมระเหยที่ผู้ขายจำหน่ายนั้น มีราคาใกล้เคียงกันทุกกลิ่น นั้นมีความเป็นไปได้สูงว่าน่าจะเป็นน้ำหอมกลิ่นสังเคราะห์ ไม่ใช่น้ำมันหอมระเหยแท้อย่างแน่นอน น้ำมันหอมระเหยแท้มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง อารมณ์ ฮอร์โมนในร่างกายและมีผลในด้านการรักษา ขณะทีน้ำหอมสังเคราะห์ให้เพียงกลิ่นหอมแก่เราเท่านั้น

          เป็นเรื่องยากที่จะรู้ว่าน้ำมันหอมระเหยที่เราซื้อเป็นของ แท้ และเป็นชนิดบริสุทธิ์ 100 % หรือไม่? ต้องใช้การตรวจวิเคราะห์ในห้องปฎิบัติการเท่านั้น เพราะฉะนั้นการเลือกซื้อน้ำมันหอมระเหยต้องซื้อจากผู้ขายที่มีความรู้ ไว้ใจได้ มีความซื่อสัตย์ต่อลูกค้า สามารถตอบคำถามได้อย่างมืออาชีพ และมีฉลากบ่งบอกอย่างชัดเจนที่ข้างขวด

สิ่งที่เราควรคำนึงถึงเมื่อซื้อน้ำมันหอมระเหย มีดังนี้ คือ

  • น้ำมันหอมระเหยต้องภาชนะทึบแสงหรือบรรจุในขวดอลูมิเนียมทึบ หรือ ขวดแก้วหรือสีชา เขียวขุ่นหรือฟ้าขุ่น เพื่อป้องกันแสงที่จะทำให้น้ำมันหอมระเหยเสื่อมสภาพอย่างรวดเร็ว อย่าซื้อน้ำมันหอมระเหยที่บรรจุในขวดใสเป็นอันขาด พึงระลึกเสมอว่านั่นคือน้ำหอมสังเคราะห์ ไม่ใช่น้ำมันหอมระเหยแท้
  • ขวดบรรจุควรมีฝาปิดแน่นหนา
  • ขวดควรมีฉลากระบุรายละเอียด เช่น
  1. ชื่อสามัญ (เช่น ยูคาลิปตัส เปปเปอร์มินท์)
  2. ชื่อวิทยาศาสตร์ของพืชชนิดที่นำมาสกัด (เช่น Eucaluptus globulus, Mentha piperita)
  3. จำนวนบรรจุ
  4. ชื่อผู้จำหน่าย
  5. ระบุบนฉลาก ว่า น้ำมันหอมระเหยชนิด บริสุทธิ์ 100 % ถ้าเป็นชนิดผสมกับน้ำมันอื่น ก็ต้องระบุอย่างชัดเจน
  • ถ้ามีผู้จำหน่ายน้ำมันหอมระเหยแต่ละชนิดในราคาเดียวกัน หรือใกล้เคียงกันให้ระลึกเสมอว่า นั้นเป็นน้ำหอมสังเคราะห์ น้ำมันหอมระเหยแต่ละชนิดจะมีราคาที่แตกต่างกันมากจึงเป็นไปไม่ได้ที่จะขายราคาเดียวกัน
  • หลีกเลี่ยงที่จะซื้อน้ำมันหอมระเหยจาก ห้าง ตลาดนัด ตลาดนัดกลางแจ้ง เนื่องจากน้ำมันหอมระเหยต้องเก็บไว้ในที่เย็นหลีกเลี่ยงจากแสงแดดและความร้อนซึ่งจะทำให้น้ำมันหอมระเหยเสื่อมอย่างรวดเร็ว ท่านอาจะได้น้ำมันที่เสื่อมสภาพแล้ว
  • ผู้ขายต้องบอกได้ว่าน้ำมันหอมระเหยชนิดที่ต้องการ มาจากประเทศอะไร? สกัดด้วยวิธีอะไร? ใช้ส่วนไหนของพืชมาสกัด? และชื่อวิทยาศาสตร์ของพืชนั้นคืออะไร?(บ่งบอกได้ว่าน้ำมันหอมระเหยนั้นสกัดมาจากพืชพันธุ์อะไร?)

หวังว่าเกร็ดเล็กน้อยที่นำมาฝากจะช่วยให้ท่านเลือกซื้อน้ำมันหอมระเหยที่มีคุณภาพได้ดียิ่งขึ้น

  • English (UK)

รถเข็นสินค้า ของท่าน

ไม่พบสินค้าในรถเข็น
  • free delivery

  • Product pic

  • Line

    Line ID : @aromahub

s5 logo

Our Address:

Aromahub Group Co,. Ltd.

22 Soi Nonthaburi 50,

Tasai, Maung,

Nonthaburi 11000

Thailand

CONTACT US

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

This email address is being protected from spambots. You need JavaScript enabled to view it.

Tel. 089-793-0975

       085-920-1144

       02-591-3884

กรมพัฒนาธุรกิจการค้า

S5 Box

Login