การสวมรองเท้าคัทชู และ ส้นสู...
พิมเสนแบ่งเป็น 2 ประเภทได้แก่ ...
การใช้ไอน้ำละลายเสมหะทำได้ง่าย...
ในประเทศอินเดียมีการใช้น้ำมันม...
บทบาทของน้ำมันมะพร้าวต่อความงา...
ชื่ออื่น : ขิงแกลง, ขิงแด...
คุณสมบัติและประโยชน์ เก...
โรคน้ำกัดเท้า ( Athele...
น้ำมันสวีทอัลมอนด์มีสารสำ...
ถ้าจะกล่าวว่าริมฝีปากเป็...
กลิ่นบุหรี่ ในห้องปรับ...
ทานตะวัน หรือ Sunflowe...
คุณสมบัติและประโยช...
"มะนาว" ถูกกล่าวขานว่ามีสรรพคุ...
ส่วนของกานพลูที่สามารถ...
Apricot (Prunus armeniaca) เป็...
เก๊าท์ ( Gout ) เกิดจา...
งา เป็น ธัญพืช&n...
คุณสมบัติและประโ...
ในปี ค.ศ. 1652 นักสมุน...
อะโวคาโด เป็นไม้ผลที่มีถิ่นกำ...
ปัญหาใหญ่ในประเทศกำลังพัฒนาคือ...
ตำรับเครื่องสำอางจากอะโวคาโด ...
คุณสมบัติและประโ...
น้ำมันเมล็ดทานตะวันอุดมไปด้วยว...
ชาวอินเดียใช้กะเพราเป็นยาทาง...
สาเหตุ - พันธุกรรม ร่ว...
มีตำนานของชาวจีนโบราณ ว่ามีผู้...
การนวดแผนไทยเป็นเอกลักษณ์และ...
ลาเวนเดอร์เป็นน้ำมันหอมระเหยที...
คุณสมบัติและประโยชน์: ใบโร...
อบเชยเป็นพืชหอมสมุนไพรและพืชเค...
สารต้านอนุมูลอิสระ (Anti...
คุณสมบัติและประโยชน์ ...
1. การรักษาความสะอาด...
พริกไทย เป็น ทั้งอาหาร เครื่อง...
อาการเมารถ เมาเรือ เป็...
Squalene เป็นสารธรรมชาติที่...
คุณสมบัติและประโยชน์ ...
มะพร้าว เป็น พืชพื้นเมืองของไท...
ผู้หญิง 4 ใน 5 คน มีผิวหนังนูน มีรอยบุ๋มเล็ก ๆ จากไขมันสะสม บริเวณต้นขา ก้น สะโพก ใต้ท้องแขน หน้าท้อง เรียกว่าเซลลูไลท์ ( cellulite ) การทำให้เซลลูไลท์หายไปเป็นเรื่องยาก
เซลลูไลท์เกิดขึ้นได้อย่างไร
แพทย์ชาวฝรั่งเศสเป็นผู้บัญญัติคำนี้ขึ้นมา เชื่อว่าร่างกายผู้หญิงมีไขมันสะสมบริเวณหน้าขา ก้น หน้าท้อง ใต้ท้องแขน ไขมันเซลลูไลท์มีลักษณะเป็นแผ่นอยู่ระหว่างผิวหนังกับเนื้อเยื่อที่ลึกลงไป และติดแน่นอยู่กับที่ เมื่อเรามีน้ำหนักตัวมากขึ้น เซลไขมันจะพองออก แต่ใยของเยื่อพังผืดมีขนาดยาวเท่าเดิม ไขมันจึงพองตัวออกมาทางผิวหนัง เมื่อเป็นดังนี้ใยของเนื้อเยื่อพังผืดจะรั้งผิวเอาไว้ ทำให้เกิดรอยบุ่มเล็กๆ อันเป็นลักษณะพิเศษของเซลลูไลท์เมื่ออายุมากขึ้น จะเห็นเซลลูไลท์ชัดเจนมากขึ้น
การไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองที่ไม่ดีจะเอื้อให้เกิดเซลลูไลท์ได้ง่ายขึ้น น้ำเหลืองเป็นของเหลวข้นที่จะขนถ่ายน้ำซึ่งมากเกินไป ของเสีย และสารพิษจากเนื้อเยื่อไปส่งให้เลือดโดยผ่านทางท่อน้ำเหลือง ถ้าน้ำเหลืองไหลเวียนได้ไม่ดีเพราะมีไขมันมาก หรือเพราะไม่ออกกำลังกาย หรือ เนื่องจากน้ำคั่งอาจทำให้ของเสียเพิ่มปริมาณขึ้นในเนื้อเยื่อ ซึ่งน่าจะเป็นเหตุผลหนึ่งที่ผู้หญิงไม่อ้วนก็มีเซลลูไลท์ได้
บริหารเพื่อควบคุมเซลลูไลท์
การออกกำลังเพื่อคลายกล้ามเนื้อ และทำให้บริเวณที่มีเซลลูไลท์ดูดีขึ้น ปรึกษา Trainer ถึงการบริหารร่างกายส่วนที่มีเซลลูไลท์สะสมอยู่
การป้องกัน
พยายามรักษาน้ำหนักให้อยู่ในระดับปกติ อย่าให้น้ำหนักขึ้นพรวดพราด การออกกำลังกายสม่ำเสมอจะช่วยทำให้ร่างกายเต่งตึง ลดไขมัน เสริมสร้างกล้ามเนื้อ ทำให้การไหลเวียนของเลือดและน้ำเหลืองดีขึ้น อย่านั่งเฉย ๆ หรือ ยืนนานเกินควร ให้กินผักผลไม้วันละ 5 ส่วนอาหาร ( 1 ส่วนเท่ากับกล้วยน้ำหว้า 1 ผล หรือส้ม 2 ผล ) จำกัดการดื่มแอลกอฮอล์ และ คาเฟอีน ดื่มน้ำให้เพียงพอเพื่อดับกระหายและทำให้ปัสสาวะสีจางลง
การรักษา
การรักษาด้วยวิธีธรรมชาติหลายวิธีสามารถปรับผิวบริเวณที่เป็นเซลลูไลท์ให้ดูดีขึ้นดังนี้
การนวดและถูผิวหนัง
การนวดหนัก ๆ ทำให้เลือดไหลเวียนในร่างกายดีขึ้นและการนวดด้วยส่วนผสมของน้ำมันหอมระเหยจะช่วยเสริมได้มาก การกระตุ้นผิวหนังจะช่วยให้ผิวพรรณปรับสภาพได้ดีขึ้น
*ผสมน้ำมันไม้ซีดาร์ ( Cedarwood ) และ โรสแมรี่ ( Rosemary ) อย่างละ 4 หยด ไซเปรส ( Cypress ) และ พิมเสนใบ ( Patchouli ) อย่างละ 3 หยด ลงในน้ำมันนวด เช่นน้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดองุ่นประมาณ 5 ช้อนชา หรือ อาจใช้น้ำมันหอมระเหยที่หาได้เดี่ยว ๆ ก็ได้ นอกจากนี้น้ำมันไทย ก็ใช้ได้เช่นเดียวกัน เช่น น้ำมันตะไคร้บ้าน น้ำมันพริกไทยดำ น้ำมันผิวมะกรูดไทย น้ำมันขิง กะปริมาณง่าย ๆ คือ 1-2 หยด ต่อ 1 ช้อนชา นวดบริเวณที่เป็นเซลลูไลท์
*ควรใช้แปรงแห้งที่มีขนอ่อนนุ่ม ถูบริเวณที่เป็นโดยเริ่มถูผิวหนังตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาถึงหัวใจ วิธีนี้จะช่วยให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น กำจัดผิวหนังที่ตายแล้ว ผิวพรรณดีขึ้น
อาหารล้างพิษ
*กินข้าวกล้อง เมล็ดพืช และถั่วงอก กินอาหารสด ผักสดและผลไม้สดมาก ๆ ในมื้อหนึ่งถ้ากินผักและผลไม้สดได้ถึง 75 % จะช่วยกำจัดเซลลูไลท์ที่มีอยุ่และป้องกันการสร้างเซลลูไลท์ใหม่ได้ อาหารสดที่ควรกินได้แก่ น้ำบีตรูท ( ช่วยตับจับไขมัน ) เซเลอรี่ ( ใบคึ่นช่าย กำจัดน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย ) แตงกวา ( ทำให้ไตกำจัดของเสียได้ดีขึ้น ) สาหร่ายทะเล ( มีเกลือแร่ โปรตีนและวิตะมิน ช่วยบำรุงผิวและทำให้ไขมันไม่สะสม ) สาหร่ายสไปรูไลนา ( มีคุณค่าทางโภชนาการแต่กดความอยากอาหาร ) แตงโม ( ช่วยกำจัดน้ำส่วนเกินออกจากร่างกาย )
*ดื่มน้ำมาก ๆ โดยเฉพาะน้ำแร่ น้ำผักและน้ำผลไม้ รวมทั้งดื่มชาสมุนไพร งดเครื่องดื่ม แอลกอฮอล์ และ คาเฟอีน
*เลี่ยงอาหารสำเร็จรูปที่มีแป้งขัดขาว จำกัดการกินเนื้อสัตว์ เช่น เนื้อวัว และผลิตภัณฑ์จากนม

การสวมรองเท้าคัทชู และ ส้นสูง เป็นเวลานาน การเดินมาก ๆ สตรีตั้งครรภ์ หลังคลอดบุตร มักเป็นสาเหตุทำให้เท้าบวม และ เมื่อยล้า การแช่เท้าในน้ำอุ่นจะช่วยให้เลือดมาเลี้ยงที่เท้า ลดอาการบวม และ ความเมื่อยล้า
การบำบัดอาการเมื่อยเท้า สามารถทำเองได้ที่บ้าน เพียงคุณเตรียมอุปกรณ์ เหล่านี้
1.กะละมัง
2.น้ำอุ่น
3.เกลือเม็ด หรือ เกลือแกง
4.น้ำมันหอมระเหยที่ช่วยดับกลิ่นอับ เช่น น้ำมันมะกรูด น้ำมันตะไคร้หอม หรือ น้ำมันตะไคร้บ้าน
5.ผ้าขนหนู
6.ครีมทาผิว หรือ น้ำมันบำรุงผิว
วิธีการ
-เตรียมน้ำอุ่นอุณหภูมิประมาณ 38 o c ใส่ในกะละมัง
-ผสมเกลือ 1-2 ช้อนโต๊ะ กับน้ำมันหอมระเหย 2-3 หยด แล้วใส่ในน้ำอุ่น แช่เท้าประมาณ 10 – 15 นาที
-หลังน้ำเย็นลงเช็ดเท้าให้แห้งด้วยผ้าขนหนู
-ทาครีมบำรุงผิว หรือ น้ำมันบำรุงผิว เช่น น้ำมันมะกอก น้ำมันเมล็ดองุ่น น้ำมันสวีทอัลมอนด์ เพื่อป้องกันผิวแห้ง
ข้อควรระวัง
ผู้ที่ไม่ควรบำบัดด้วยวิธีนี้ได้แก่ ผู้ป่วยโรคเบาหวาน ผู้มีบาดแผลที่เท้าหรือน่อง และ ผู้ที่เป็นเส้นเลือดขอด
AromaHub จำหน่ายน้ำมันหอมระเหย น้ำมันพื้นฐาน น้ำมันสมุนไพร คุณภาพสูง จากธรรมชาติ ทั้งในและต่างประเทศ รวมทั้ง โคมไฟอโรม่า เครื่องกระจายกลิ่นหอม (Scent Delivery Systems) สำหรับบ้าน ห้องพัก สปา ร้านค้า โรงแรม รีสอร์ท เพื่อสร้างเอกลักษณ์กลิ่นหอมให้สินค้าหรือบริการของท่านเพื่อให้ลูกค้าของท่านประทับใจเมื่อย่างก้าวแรกที่เข้ามาใช้บริการในธุรกิจของท่าน
AromaHub ยังบริการจัดส่งสินค้าฟรีทั่วไทย และเรายังส่งสินค้าทั่วโลก อย่างรวดเร็ว รวมทั้งยังบริการข้อมูลผ่านเว็บไซด์เพื่อความเข้าใจที่ถูกต้องในการใช้น้ำมันหอมระเหยอย่างปลอดภัยด้วย ขอบพระคุณทุกท่านที่เยี่ยมชม ท่านสามารถติดต่อเราโดย โทร. 02-591-3884, 089-793-0975, 085-920-1144
ทะเบียนพาณิชย์ 3101701207498 กรมพัฒนาธุรกิจ กระทรวงพาณิชย์

ท่านสามารถชำระเงินโดยใช้บัตรเครดิตผ่านระบบ PayPal อย่างปลอดภัย โดยไม่มีค่าธรรมเนียมใดๆทั้งสิ้น หรือโอนเงินผ่าน ATM หรือ อินเตอร์เน็ต หรือ เค้าท์เตอร์ธนาคารที่ท่านสะดวก
